Home > Blogs > สินค้าแบบไหนต้องขออนุญาตก่อนนำเข้า? พร้อมตัวอย่างเข้าใจง่าย

สินค้าแบบไหนต้องขออนุญาตก่อนนำเข้า? พร้อมตัวอย่างเข้าใจง่าย

ธุรกิจนำเข้าส่งออกระหว่างประเทศกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่สินค้าบางประเภทไม่สามารถนำเข้าได้ทันที เพราะต้องขออนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนการนำเข้า หากไม่เข้าใจกฎหมาย อาจเกิดปัญหาทั้งเรื่องค่าใช้จ่าย ความล่าช้า และความเสี่ยงทางกฎหมายได้

เช็กให้ชัวร์ สินค้านำเข้าส่งออกประเภทใดต้องขออนุญาตก่อนนำเข้า?

สินค้าบางประเภทที่ต้องการนำเข้ามายังประเทศไทย ไม่สามารถนำเข้าได้ทันที เนื่องจากอยู่ภายใต้มาตรการควบคุมของภาครัฐ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อคุ้มครองมาตรฐานด้านความปลอดภัย สุขภาพ สุขอนามัย และความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ โดยสินค้าที่ต้องขออนุญาตก่อนนำเข้ามักแบ่งออกเป็นกลุ่มหลัก ๆ ดังนี้

1.สินค้าควบคุมตามกฎหมายเฉพาะ

สินค้าเหล่านี้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานรัฐโดยตรง เช่น อาหารบางประเภทและผลิตภัณฑ์สุขภาพที่กฎหมายกำหนด ต้องขออนุญาตหรือขึ้นทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ก่อนนำเข้า  เช่น อาหาร ยา เวชภัณฑ์ เครื่องสำอาง วัตถุอันตราย และวัตถุเสพติด เป็นต้น 

ตัวอย่าง หากคุณต้องการนำเข้าอาหารเสริมจากต่างประเทศ แม้จะขายดีในต่างประเทศ แต่ในไทยต้องผ่านการขึ้นทะเบียนก่อน ไม่สามารถนำเข้ามาขายได้ทันที

2.สินค้าที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม

สินค้าเหล่านี้ต้องผ่านการตรวจสอบเพื่อป้องกันผลกระทบต่อผู้ใช้และสิ่งแวดล้อม เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้าบางประเภท อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์บางประเภท สารเคมีอุตสาหกรรม ต้องเป็นไปตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด และอาจต้องแสดงการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ก่อนจำหน่ายในไทย 

ตัวอย่าง

การนำเข้าเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น หม้อหุงข้าว หรือพัดลม ต้องได้รับการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ก่อน มิฉะนั้นจะไม่สามารถจำหน่ายได้ในประเทศไทย รวมถึงอะไหล่หรืออุปกรณ์ไฟฟ้าบางประเภท เช่น แบตเตอรี่แบบชาร์จซ้ำได้ ที่อาจอยู่ภายใต้ข้อกำหนดด้านมาตรฐานความปลอดภัยเช่นกัน 

3.สินค้าเกษตรและอาหารสด

สินค้าในกลุ่มเกษตรและอาหารสด เช่น ผัก ผลไม้ เมล็ดพันธุ์ เนื้อสัตว์ มีความเสี่ยงด้านโรคติดต่อและศัตรูพืช จึงต้องได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน

ตัวอย่าง

การนำเข้าพืชหรือผลไม้สดมักต้องมีเอกสารด้านสุขอนามัยพืช เช่น ใบรับรองสุขอนามัยพืช (Phytosanitary Certificate) ตามเงื่อนไขของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

4.สินค้าที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง

  สินค้าในกลุ่มนี้เป็นสินค้าที่อาจส่งผลต่อความปลอดภัยและความมั่นคงของประเทศ จึงอยู่ภายใต้การควบคุมและต้องขออนุญาตก่อนนำเข้า ได้แก่ อาวุธและยุทโธปกรณ์ อุปกรณ์สื่อสารบางประเภท อุปกรณ์สื่อสารไร้สาย เทคโนโลยีเฉพาะทาง รวมถึงสารเคมีบางประเภทที่อาจมีความเสี่ยงต่อความมั่นคงหรือความปลอดภัยของสาธารณะ 

ตัวอย่าง

โดรนและอุปกรณ์วิทยุคมนาคมที่เกี่ยวข้องอาจต้องขออนุญาตหรือลงทะเบียนกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กสทช. และในบางกรณียังเกี่ยวข้องกับสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ด้วย

5.สินค้าที่มีลิขสิทธิ์หรือเครื่องหมายการค้า

แม้จะไม่ใช่สินค้าควบคุมโดยตรง เช่น สินค้าแบรนด์เนม สื่อบันเทิง ซอฟต์แวร์ แต่ก็ต้องระวังเรื่องสิทธิ์ทางปัญญา

ตัวอย่าง

การนำเข้าสินค้าปลอม สินค้าละเมิดเครื่องหมายการค้า หรือสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ อาจถูกยึดและมีความผิดตามกฎหมาย

6.สินค้าต้องห้ามเด็ดขาด

สินค้าบางประเภท “ห้ามนำเข้าโดยเด็ดขาด” เช่น บุหรี่ไฟฟ้า วัตถุลามก ยาเสพติดให้โทษทุกประเภท สินค้าที่มีตราสัญลักษณ์ปลอม ธนบัตรหรือเหรียญกษาปณ์ปลอม สินค้าละเมิดกฎหมาย หากฝ่าฝืนนำเข้า เจ้าหน้าที่ศุลกากรมีอำนาจยึดสินค้าและดำเนินการตามกฎหมาย

สำหรับใครที่ทำธุรกิจสินค้านำเข้าควรศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับการนำเข้าสินค้าให้ดีก่อน หากนำเข้าสินค้าโดยขาดความรู้อาจทำให้เกิดปัญหาขึ้นได้ เช่น สินค้าถูกยึด เสียค่าปรับสูง หรืออาจมีโทษทางกฎหมาย หากไม่มั่นใจสามารถ แนะนำให้ปรึกษาหรือดำเนินการผ่านบริษัทที่มีความชำนาญด้านการนำเข้าได้ เพราะเป็นผู้เชี่ยวชาญโดยตรง เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านกฎหมายและความปลอดภัย รวมถึงลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นซึ่งอาจเกิดขึ้นจากข้อผิดพลาดในการดำเนินงาน 

สินค้าที่นำเข้าส่งออกระหว่างประเทศที่ต้องมีใบอนุญาตก่อนการนำเข้ามีอะไรบ้าง?

ในกลุ่มของสินค้านำเข้าในประเทศไทย มีสินค้าหลายประเภทที่ถูกจัดอยู่ในหมวด “สินค้าควบคุม” ซึ่งหมายถึงสินค้าที่มีข้อจำกัดในการนำเข้า “สามารถนำเข้าได้” แต่ต้องมีการขออนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนการนำเข้า สินค้ากลุ่มนี้ไม่ได้หมายความว่าห้ามนำเข้า แต่เป็นสินค้าที่ต้องผ่านเงื่อนไขก่อน เพื่อให้มั่นใจว่ามีความปลอดภัยและได้มาตรฐาน ได้แก่

1.สินค้าเกี่ยวกับสุขภาพและอาหาร

สินค้ากลุ่มนี้ต้องได้รับการอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เนื่องจากมีผลโดยตรงต่อผู้บริโภค เช่น การนำเข้าคอลลาเจนจากต่างประเทศ ต้องขอ อย. ก่อน ไม่เช่นนั้นจะไม่สามารถผ่านด่านศุลกากรได้

2.เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ความงาม

แม้จะดูเป็นสินค้าทั่วไป แต่เครื่องสำอางก็ต้องมีการจดแจ้งก่อนนำเข้า เช่น ครีมบำรุงผิว น้ำหอม เซรั่ม ต้องจดแจ้งสูตรและส่วนประกอบจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)

3.สินค้าเกษตร พืช และส่วนประกอบของพืช

สินค้าเกษตร เมล็ดพันธุ์ พืชสด และส่วนต่าง ๆ ของพืช อาจต้องผ่านการตรวจสอบและขออนุญาตจากกรมวิชาการเกษตรตามประเภทสินค้า เพื่อป้องกันศัตรูพืชจากต่างประเทศ

4.สัตว์มีชีวิตและซากสัตว์

สินค้ากลุ่มนี้ต้องขออนุญาตจากกรมปศุสัตว์ก่อนนำเข้า โดยครอบคลุมทั้งสัตว์มีชีวิต ซากสัตว์ รวมถึงผลิตภัณฑ์จากสัตว์ เช่น เนื้อสัตว์สด เนื้อสัตว์แช่แข็ง และผลิตภัณฑ์แปรรูปที่นำมาใช้เป็นอาหาร

5.โดรนหรืออุปกรณ์สื่อสารโทรคมนาคม

ต้องขออนุญาตจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)

6.ชิ้นส่วนยานพาหนะและเครื่องยนต์เก่า

ชิ้นส่วนยานพาหนะใช้แล้วหรือเครื่องยนต์เก่าบางประเภทอาจอยู่ภายใต้ข้อกำหนดของกระทรวงพาณิชย์ ควรตรวจสอบรายการสินค้าที่ต้องมีใบอนุญาตก่อนนำเข้าเป็นรายกรณี

7.อาวุธปืน กระสุนปืน วัตถุระเบิด

ต้องขออนุญาตจากกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย

สินค้าต้องกำกัดเป็นสินค้าที่ไม่ได้ห้ามนำเข้า สามารถนำเข้าได้ แต่ต้องขอใบอนุญาต (License) จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน หากนำเข้ามาโดยไม่ขอใบอนุญาตอาจมีโทษทางกฎหมาย ควรตรวจสอบประเภทสินค้าและปฏิบัติตามขั้นตอนอย่างถูกต้อง เพื่อช่วยลดความเสี่ยงและปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

สินค้านำเข้าส่งออก หากไม่ขออนุญาตก่อนนำเข้ามีโทษอย่างไร?

ขั้นตอนการขออนุญาตเป็นขั้นตอนที่สำคัญสำหรับผู้ประกอบการหรือบริษัทนำเข้าสินค้าที่ไม่ควรมองข้าม หลายคนอาจคิดว่าการนำเข้าสินค้าโดยไม่ขออนุญาตเป็นเรื่องเล็ก แต่ในความเป็นจริงผลกระทบที่ตามมาอาจรุนแรงกว่าที่คิด โดยเฉพาะในกรณีที่สินค้าอยู่ในกลุ่มควบคุม หากละเลยอาจต้องเผชิญกับผลกระทบหลายด้าน ดังนี้

1.สินค้าถูกยึดหรืออายัด

หากไม่มีเอกสารครบถ้วน สินค้าจะถูกกักไว้ที่ด่านศุลกากรทันที

2.ถูกปรับหรือดำเนินคดี

โทษอาจมีทั้งค่าปรับจำนวนมาก หรือในบางกรณีอาจมีโทษทางอาญา

3.เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

สินค้าที่ไม่ได้ขออนุญาตอย่างถูกต้องอาจทำให้เสียค่าใช้จ่าย เช่น ค่าฝากสินค้า ค่าปรับค่าดำเนินการเอกสารย้อนหลัง

4.เสียความน่าเชื่อถือทางธุรกิจ

โดยเฉพาะในธุรกิจสินค้านำเข้าส่งออกที่ต้องอาศัยความเชื่อมั่นจากลูกค้าและคู่ค้า

ธุรกิจบริษัทนำเข้าสินค้าไม่ใช่เพียงแค่การซื้อสินค้าจากต่างประเทศแล้วนำเข้ามาขาย แต่ต้องอาศัยความเข้าใจในกฎหมายและขั้นตอนอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะสินค้าที่ต้องขออนุญาตก่อนนำเข้า ผู้ประกอบการควรตรวจสอบข้อมูลให้ครบถ้วน เพื่อลดความเสี่ยงทางกฎหมาย

บทสรุป

สินค้านำเข้าส่งออกไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการซื้อขายระหว่างประเทศเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับกฎหมายและข้อกำหนดที่ควรให้ความสำคัญ โดยเฉพาะสินค้าที่อยู่ในกลุ่มควบคุม การเข้าใจประเภทสินค้า ขั้นตอนการขออนุญาต และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น จะช่วยให้ธุรกิจดำเนินไปได้อย่างราบรื่น และป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้

คำถามที่พบบ่อย:

1. จะรู้ได้อย่างไรว่าสินค้านำเข้าส่งออกประเภทใดที่ต้องขออนุญาต?

สามารถตรวจสอบได้จากเว็บไซต์กรมศุลกากรและหน่วยงานเจ้าของกฎหมายเฉพาะ เช่น อย. กรมวิชาการเกษตร กรมปศุสัตว์ หรือ กสทช. ตามประเภทสินค้านำเข้าส่งออกเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องและอัปเดต

2. การขออนุญาตสินค้านำเข้าส่งออกใช้เวลานานไหม?

ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้านำเข้าส่งออกและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บางกรณีใช้เวลาไม่นาน แต่บางประเภทอาจใช้เวลาหลายสัปดาห์

3. บริษัทนำเข้าสินค้าช่วยอะไรได้บ้าง?

บริษัทนำเข้าสินค้าช่วยดูแลขั้นตอนเอกสาร การขออนุญาต และประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ ทำให้กระบวนการง่ายขึ้นและลดความผิดพลาด

แหล่งอ้างอิง:

[1] กรมศุลกากร. ของต้องห้ามหรือต้องมีใบอนุญาต ในการนำเข้า/ส่งออก (2561). เข้าถึง 17 เมษายน 2569

[2] กรมประชาสัมพันธ์. นำเข้าสินค้าต้องระวัง! รู้จัก “ของต้องห้าม-ต้องกำกัด” ก่อนโดนยึดหรือโดนปรับ (2569). เข้าถึง 17 เมษายน 2569