Home > Blogs > ส่งออกผลไม้ไปจีน ต้องเตรียมอะไรบ้าง (ตั้งแต่สวนจนถึงปลายทาง)

ส่งออกผลไม้ไปจีน ต้องเตรียมอะไรบ้าง (ตั้งแต่สวนจนถึงปลายทาง)

นาทีนี้คงไม่มีตลาดไหนจะเนื้อหอมไปกว่าประเทศจีนอีกแล้ว โดยเฉพาะสินค้าเกษตรจากประเทศไทยที่สามารถครองตำแหน่งอันดับหนึ่งในใจชาวแดนมังกรมาได้อย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นการส่งออกทุเรียน หรือมังคุดที่มีรสชาติหวานฉ่ำเป็นเอกลักษณ์ อย่างไรก็ตาม การจะเปลี่ยนผลไม้จากสวนหลังบ้านให้กลายเป็นสร้างรายได้จำนวนมหาศาลนั้น ไม่ใช่แค่การบรรจุใส่ลังแล้วส่งออกไป เพราะเส้นทางสู่ตลาดจีนมีรายละเอียดที่สำคัญมากมาย วันนี้เราจึงจะพาคุณไปเจาะลึกทุกขั้นตอน ตั้งแต่จุดเริ่มต้นในการคัดกรองคุณภาพภายในสวน ไปจนถึงกระบวนการเลือก Shipping ไทย-จีน เพื่อให้ผลไม้ของคุณไปถึงมือผู้บริโภคชาวจีนอย่างปลอดภัยและคุ้มค่าที่สุด

5 เทคนิคเตรียมพร้อมส่งออกทุเรียนและผลไม้ไปจีน

การส่งออกทุเรียนและผลไม้ไปจีนยังคงเป็นโอกาสทางธุรกิจที่เติบโตได้อีกมาก แม้จะมีกฎระเบียบที่เข้มงวดก็ตาม แต่ถ้าเราเตรียมตัวให้พร้อมตั้งแต่สวนต้นทางไปจนถึงการเลือกช่องทาง Shipping ไทย-จีนที่มีประสิทธิภาพ รับรองได้เลยว่าผลไม้ไทยคุณภาพเยี่ยมก็จะครองใจชาวจีนไปได้อย่างยาวนานแน่นอน ซึ่งสามารถทำตามเทคนิคแนะนำได้ดังนี้

1. เตรียมตัวที่ต้นทางให้พร้อม คุณภาพต้องได้มาตรฐาน G.A.P.

หัวใจสำคัญของการส่งออกทุเรียนและผลไม้ไทย ไม่ใช่แค่ความอร่อยอย่างเดียว แต่ต้องให้ความสำคัญด้านการรักษามาตรฐานให้ได้ตามเกณฑ์สากลควบคู่ไปด้วย เนื่องจากในปัจจุบันประเทศจีนมีความเข้มงวดและยกระดับมาตรการด้านสุขอนามัยพืชสูงขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก ดังนั้นจุดเริ่มต้นที่ถือว่ามีความสำคัญที่สุดในห่วงโซ่การส่งออก คือการทำให้สวนและโรงคัดบรรจุได้รับการรับรองอย่างถูกต้องเป็นทางการ ซึ่งมีรายละเอียดและขั้นตอนสำคัญที่ผู้ประกอบการต้องดำเนินการให้ครบถ้วนดังนี้

ใบรับรอง G.A.P. 

เกษตรกรต้องได้รับใบรับรองนี้จากกรมวิชาการเกษตร เพื่อยืนยันว่ากระบวนการปลูกมีการจัดการที่เหมาะสม ตั้งแต่การใช้ปุ๋ย การจัดการน้ำ ไปจนถึงการควบคุมสารเคมีให้ปลอดภัยไร้สารตกค้าง และที่สำคัญที่สุดคือต้องปลอดศัตรูพืชกักกัน เช่น เพลี้ยแป้ง หรือแมลงวันผลไม้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทางการจีนเข้มงวดมากเป็นอันดับหนึ่ง

ใบรับรอง GMP

สำหรับโรงคัดบรรจุ หรือล้งต้องมีระบบการจัดการที่ถูกสุขลักษณะ มีพื้นที่แยกสัดส่วนชัดเจนระหว่างของดีกับของเสีย มีระบบกำจัดศัตรูพืชที่ได้มาตรฐาน และมีพนักงานที่ผ่านการอบรมการคัดเลือกสินค้า

การลงทะเบียน GACC

นี่คือด่านสำคัญที่สุดสวนและโรงคัดบรรจุต้องขึ้นทะเบียนกับกรมวิชาการเกษตรเพื่อส่งรายชื่อให้ GACC หรือGeneral Administration of Customs of China รับรอง หากชื่อของคุณไม่อยู่ในรายชื่อผู้ประกอบการที่ได้รับอนุญาตของทางการจีน สินค้าจะถูกปฏิเสธการนำเข้าทันที

2. การคัดเลือกและบรรจุภัณฑ์

เมื่อผลไม้ในสวนพร้อมสำหรับการเก็บเกี่ยวแล้ว ขั้นตอนสำคัญลำดับถัดไปคือการเตรียมความพร้อมเพื่อให้ผลผลิตเหล่านี้ทนทานต่อการเดินทางไกล โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการส่งออกทุเรียนซึ่งถือเป็นสินค้าที่มีมูลค่าสูง และมีลักษณะเฉพาะตัวที่ยังคงมีการคายน้ำรวมถึงการหายใจอยู่ตลอดเวลาในระหว่างการขนส่ง

การคัดเกรด

ตลาดจีนไม่ได้ต้องการเพียงแค่ผลไม้ที่ดูดีภายนอกเท่านั้น แต่ยังเน้นย้ำเรื่องความสม่ำเสมอของสินค้าเป็นหลัก ทุเรียนทุกลูกต้องมีทรงพูที่สวยงามได้มาตรฐานเกรด A, B หรือ C ตามที่ได้ตกลงกันไว้และต้องมีน้ำหนักที่ได้ตามเกณฑ์มาตรฐาน เช่น ระหว่าง 2-6 กิโลกรัมต่อผล รวมถึงอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือ การวัดเปอร์เซ็นต์เนื้อแห้ง โดยทุเรียนไทยต้องมีความสุกในระดับที่พอเหมาะประมาณ 70-80% เพื่อให้ระยะเวลาในช่วงการเดินทางทำหน้าที่บ่มเพาะผลไม้ให้สุกงอมอย่างพอดีเมื่อไปถึงมือผู้บริโภคปลายทาง

การทำความสะอาด

ถือเป็นขั้นตอนที่ต้องใช้ความระมัดระวังอย่างมาก โดยสินค้าทุกชิ้นจำเป็นต้องผ่านกระบวนการกำจัดเพลี้ยและแมลงอย่างหมดจด ไม่ว่าจะเป็นการใช้แรงลมเป่า หรือการล้างด้วยน้ำยากำจัดแมลงตามสูตรที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด เนื่องจากหากเจ้าหน้าที่ด่านตรวจของจีนตรวจพบเพลี้ยเพียงแค่ตัวเดียว ก็อาจส่งผลร้ายแรงถึงขั้นทำให้สินค้าถูกกักกันหรือถูกปฏิเสธการนำเข้ายกตู้คอนเทนเนอร์ได้ทันที

บรรจุภัณฑ์

ต้องเลือกใช้กล่องกระดาษลูกฟูกที่มีความหนาเป็นพิเศษระดับ 5-7 ชั้น เพื่อให้สามารถรองรับน้ำหนักและแรงกดทับจากการวางซ้อนกันภายในตู้ขนส่งได้ดี พร้อมทั้งต้องมีช่องระบายอากาศที่เหมาะสมเพื่อลดความร้อน นอกจากนี้สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือการติดฉลากระบุข้อมูลให้ชัดเจนและครบถ้วน ตั้งแต่ชื่อชนิดผลไม้ รหัสสวน รหัสโรงคัดบรรจุ ไปจนถึงการระบุข้อความภาษาจีนให้ถูกต้องตามระเบียบใหม่ของทางการจีนทุกประการ

3. เอกสารสำคัญ

แม้ว่าเรื่องของงานเอกสารอาจจะฟังดูน่าปวดหัวและมีความซับซ้อนอยู่บ้าง แต่หากคุณสามารถจัดเตรียมข้อมูลทุกอย่างได้อย่างครบถ้วนและถูกต้อง การดำเนินการขนส่งไทย – จีน ก็จะมีความราบรื่นเป็นอย่างมาก โดยเอกสารเหล่านี้ถือเป็นสิ่งสำคัญที่เปรียบได้กับพาสปอร์ตประจำตัวของผลไม้ ซึ่งรายการหลักที่ขาดไม่ได้เลยคือ ใบรับรองสุขอนามัยพืชที่ออกโดยกรมวิชาการเกษตร เพื่อเป็นหลักฐานยืนยันอย่างเป็นทางการว่าผลไม้ในล็อตนี้ได้ผ่านการตรวจสอบโรคและศัตรูพืชมาอย่างละเอียดแล้ว นอกจากนี้ยังมีเอกสารสำคัญชุดอื่น ๆ ประกอบไปด้วย

Certificate of Origin (Form E) หรือใบรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าภายใต้กรอบความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-จีน ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้คุณได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีนำเข้าในอัตรา 0% ช่วยลดภาระต้นทุนในการทำธุรกิจไปได้มหาศาล

Invoices & Packing List เป็นเอกสารที่ระบุรายละเอียดของราคาสินค้า ปริมาณ และน้ำหนักที่ชัดเจน โดยข้อมูลในส่วนนี้จะต้องถูกต้องตรงตามความเป็นจริงและสอดคล้องกับใบรับรองฉบับอื่น ๆ

Bill of Lading (B/L) หรือใบตราส่งสินค้าที่ออกโดยตัวแทนผู้รับจัดการขนส่ง เพื่อใช้เป็นหลักฐานยืนยันสิทธิความเป็นเจ้าของสินค้าเมื่อผลไม้เดินทางไปถึงท่าเรือปลายทาง

Phytosanitary Certificate หรือใบรับรองสุขอนามัยพืช ซึ่งในบางกรณีผู้นำเข้าอาจมีการขอเอกสารเพิ่มเติมเพื่อยืนยันความปลอดภัยจากสารตกค้าง เพื่อเป็นการเพิ่มความเชื่อมั่นและยกระดับความน่าเชื่อถือให้กับสินค้าในสายตาคู่ค้าชาวจีน

4. เลือกเส้นทางขนส่งทางบก เรือ หรือ ราง

ปัจจุบันการเลือกช่องทาง Shipping ไทย-จีน มีตัวเลือกที่หลากหลายและครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ซึ่งผู้ประกอบการจำเป็นต้องพิจารณาเลือกใช้เส้นทางที่เหมาะสมกับระยะเวลาการสุกของผลไม้ รวมถึงงบประมาณที่วางไว้ โดยมีรายละเอียดของแต่ละเส้นทางดังนี้

เส้นทางทางบก (Truck) เป็นการวิ่งผ่านเส้นทางยอดนิยมอย่างสาย R3A (เชียงของ-ลาว-จีน) หรือเลือกใช้เส้นทางผ่านประเทศเวียดนามเพื่อเข้าสู่ด่านโหย่วอี้กวน โดยจุดเด่นของเส้นทางนี้คือความรวดเร็วที่ใช้เวลาเดินทางเพียงประมาณ 3-5 วัน จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผลไม้ที่สุกไวหรือต้องการรักษาความสดใหม่ในระดับสูง

เส้นทางทางเรือ (Sea) เป็นการขนส่งจากท่าเรือแหลมฉบังมุ่งหน้าสู่ท่าเรือหลักในจีน เช่น กว่างโจว หรือเซินเจิ้น แม้ว่าเส้นทางนี้จะใช้เวลาเดินทางประมาณ 7-14 วัน แต่มีข้อดีคือค่าขนส่งต่อหน่วยนั้นถูกมาก อีกทั้งยังมีตู้ Reefer หรือคอนเทนเนอร์ควบคุมอุณหภูมิที่ทันสมัย ซึ่งช่วยรักษาคุณภาพและสภาพของผลไม้ให้คงที่ตลอดการเดินทางอีกด้วย

เส้นทางรถไฟ (Rail) โดยเฉพาะเส้นทางไทย-ลาว-จีน (หนองคาย-เวียงจันทน์-คุนหมิง) ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของวงการขนส่งในปัจจุบัน เพราะสามารถช่วยลดระยะเวลาการเดินทางและเพิ่มความเสถียรในการขนส่งได้เป็นอย่างดี นับเป็นทางเลือกใหม่ที่น่าจับตามองและคุ้มค่าที่สุดในขณะนี้

เส้นทางทางอากาศ (Air) โดดเด่นเรื่องความรวดเร็ว โดยใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น แต่ก็ต้องแลกมาด้วยค่าขนส่งที่สูงกว่าทางเลือกอื่นหลายเท่าตัว เส้นทางนี้จึงมีความเหมาะสมเฉพาะกับผลไม้เกรดพรีเมียมที่ส่งตรงถึงห้างสรรพสินค้าชั้นนำ หรือการส่งสินค้าตัวอย่างเพื่อเปิดตลาดเท่านั้น

5. การจัดการหลังถึงปลายทาง

เมื่อผลไม้เดินทางไปถึงด่านชายแดนหรือท่าเรือปลายทางในประเทศจีนแล้ว สินค้าทุกล็อตจะต้องเผชิญกับกระบวนการตรวจสอบที่เข้มข้นและเคร่งครัดที่สุดจากหน่วยงาน GACC ซึ่งมีขั้นตอนสำคัญที่คุณต้องเตรียมรับมือดังนี้

การสแกนและสุ่มตรวจ

ปัจจุบันทางการจีนได้นำเทคโนโลยีการสแกนตู้คอนเทนเนอร์ที่ทันสมัยมาใช้ในการตรวจสอบเบื้องต้น พร้อมทั้งยังมีการใช้ระบบสุ่มเปิดตู้เพื่อตรวจเช็คหาเพลี้ยแป้งหรือแมลงศัตรูพืชกักกันอย่างละเอียดในทุกซอกทุกมุม ซึ่งหากเจ้าหน้าที่ตรวจพบปัญหาเพียงเล็กน้อย สินค้าของคุณอาจจะถูกสั่งให้นำไปรมยาเพื่อกำจัดแมลง หรือในกรณีที่ร้ายแรงที่สุดคือการถูกสั่งให้ทำลายทิ้งหรือส่งสินค้ากลับประเทศต้นทางทันที

การตรวจสอบฉลากและ QR Code

สินค้าจะต้องผ่านระบบการตรวจสอบย้อนกลับเพื่อยืนยันที่มา โดยข้อมูลที่ระบุอยู่บนกล่องบรรจุภัณฑ์จะต้องมีความถูกต้องแม่นยำและตรงกับฐานข้อมูลที่บันทึกไว้ในระบบดิจิทัลทุกประการ หากพบว่าข้อมูลมีความคลาดเคลื่อนแม้เพียงนิดเดียว ก็จะส่งผลให้ขั้นตอนการเคลียร์สินค้าออกจากด่านเกิดความล่าช้าอย่างเลี่ยงไม่ได้

การกระจายสินค้า

หลังจากที่ผ่านด่านศุลกากรมาได้เรียบร้อยแล้ว ความรวดเร็วในการกระจายผลไม้เข้าสู่ตลาดค้าส่งขนาดใหญ่ โดยเฉพาะตลาดชื่อดังอย่างตลาดเจียงหนานในเมืองกว่างโจว ถือเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุด เพราะสำหรับการส่งออกทุเรียนและผลไม้ที่มีมูลค่ามหาศาลอย่างทุเรียนนั้น คุณภาพความสดใหม่จะลดลงไปตามเวลาที่เสียไป

บทสรุป

การส่งออกทุเรียนและผลไม้ไทยไปยังประเทศจีนนั้น ถือเป็นภารกิจที่ต้องอาศัยการเตรียมความพร้อมควบคู่ไปกับการรักษามาตรฐานอย่างเป็นระบบในทุกขั้นตอนเพื่อให้สามารถตอบโจทย์ความคาดหวังของผู้บริโภคชาวจีนที่มีมาตรฐานสูงขึ้นในทุกวัน แต่ถึงแม้ว่าขั้นตอนทางด้านเอกสารและพิธีการศุลกากรอาจจะดูมีความซับซ้อนไปบ้าง แต่หากคุณดำเนินการทุกอย่างอย่างถูกต้อง มีความโปร่งใส และตรวจสอบได้ ประตูสู่ตลาดขนาดใหญ่ที่มีผู้บริโภคกว่า 1,400 ล้านคนก็พร้อมจะเปิดกว้างเพื่อต้อนรับผลไม้คุณภาพเยี่ยมจากเมืองไทยอยู่เสมอ

คำถามที่พบบ่อย

1. หากสวนยังไม่ได้ใบรับรอง GAP สามารถส่งออกทุเรียนหรือผลไม้ไปจีนได้หรือไม่?

ไม่ได้ เพราะทางการจีนกำหนดให้ผลไม้สดที่นำเข้าจากไทยต้องมาจากสวนและโรงคัดบรรจุที่ขึ้นทะเบียนและได้รับใบรับรองมาตรฐาน GAP และ GMP เท่านั้น หากไม่มีรายชื่อในระบบ สินค้าจะถูกปฏิเสธการนำเข้าทันที

2. การส่งออกทุเรียนหรือผลไม้ด้วยช่องทางบกกับทางรถไฟต่างกันอย่างไร?

ส่งออกสินค้าเกษตร โดยการขนส่งทางบกให้ความคล่องตัวสูง เข้าถึงตลาดปลายทางได้หลากหลายกว่า แต่อาจพบปัญหาจราจรติดขัดหน้าด่าน ส่วนการขนส่งทางรางให้ความเสถียรด้านเวลามากกว่าและลดความเสี่ยงจากการกระทบกระเทือนของสินค้าได้ดีกว่า

3. ทำไมการส่งออกทุเรียนหรือผลไม้ต้องเน้นเรื่องเพลี้ยแป้งและแมลงกักกันเป็นพิเศษ?

ส่งออกผลไม้ไปจีนเป็นเงื่อนไขที่เข้มงวดที่สุดของจีน หากเจ้าหน้าที่ด่านตรวจพบเพลี้ยแป้งแม้เพียงตัวเดียวในตู้คอนเทนเนอร์ สินค้าทั้งตู้จะถูกสั่งรมยาเพื่อกำจัดแมลง หรืออาจร้ายแรงถึงขั้นถูกสั่งทำลายและส่งกลับ ซึ่งส่งผลกระทบต่อทั้งต้นทุน ความน่าเชื่อถือ และกระบวนการขนส่งของผู้ส่งออก

แหล่งอ้างอิง

[1] THAI BIZ IN CHINA. การส่งออกสินค้าไปจีน . เข้าถึง 14 เมษายน 2569

[2] กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ. ขั้นตอนการส่งออก ผัก ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็ง . เข้าถึง 14 เมษายน 2569